ตีแผ่ตลาด E-commerce ของประเทศไทย (ฉบับนักธุรกิจ)
- มหัศจรรย์ ไอเดีย
- 4 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

Key Takeaways
ในยุคที่ ตลาด E-commerce ของประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ระยะ Mature Market นักธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาเพียงการอัดงบโฆษณาแบบเดิมได้อีกต่อไป หัวใจสำคัญคือการเข้าใจวัฒนธรรม "Chat-to-Buy" และการผสานความบันเทิงเข้ากับการขาย (Shoppertainment) เพื่อสร้างความเชื่อใจท่ามกลางสมรภูมิราคาที่ดุเดือด การสร้างแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจนและการใช้ Data เพื่อตอบโจทย์ความต้องการรายบุคคลคืออาวุธลับที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในน่านน้ำดิจิทัลแห่งนี้
1. สถานการณ์ ตลาด E-commerce ของประเทศไทย ในปี 2026
หากจะกล่าวว่าประเทศไทยคือ "สวรรค์ของนักช้อปออนไลน์" ก็คงไม่ผิดนัก ปัจจุบัน ตลาด E-commerce ของประเทศไทย ได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความคึกคักที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
สำหรับนักธุรกิจ สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ "ตัวเลขที่โตขึ้น" แต่คือ "โครงสร้างที่เปลี่ยนไป" จากเดิมที่ตลาดถูกผูกขาดโดย Marketplace ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่เจ้า ปัจจุบันตลาดได้กระจายตัวเข้าสู่โซเชียลมีเดียและการค้าข้ามพรมแดน (Cross-border) อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ใครมีสินค้าเยอะกว่า แต่อยู่ที่ใครสามารถเข้าถึงใจผู้บริโภคได้ตรงจุดกว่ากัน
2. เจาะลึก 3 ขุมพลังขับเคลื่อน ตลาด E-commerce ในไทย
การจะประสบความสำเร็จใน ตลาด E-commerce ไทย นักธุรกิจต้องเข้าใจองค์ประกอบ 3 ประการที่ทำให้ไทยแตกต่างจากตลาดโลก:
2.1 Social Commerce: เมื่อการคุยสำคัญพอๆ กับการซื้อ
ไทยเป็นประเทศที่มียอดขายผ่าน Social Commerce สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พฤติกรรมการทักแชทสอบถามรายละเอียดก่อนโอนเงินเป็นเรื่องปกติ สิ่งนี้สะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับ "ความสัมพันธ์" และ "ความมั่นใจ" ก่อนการตัดสินใจซื้อ
2.2 Shoppertainment: ความบันเทิงนำการขาย
การเข้ามาของ TikTok Shop เปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปปิ้งจากการ "ค้นหาเพื่อซื้อ" (Search-based) เป็นการ "ซื้อเพราะความบันเทิง" (Content-based) หากการทำ การตลาด ของคุณขาดความสนุกหรือไร้ซึ่ง Storytelling การจะดึงดูดความสนใจจากคนไทยในยุคนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก
2.3 ระบบชำระเงินและขนส่งที่ไร้รอยต่อ
โครงสร้างพื้นฐานอย่าง PromptPay และระบบขนส่งที่แข็งแกร่ง ทำให้การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น นักธุรกิจต้องทำให้ขั้นตอนการจ่ายเงินง่ายที่สุด เพราะความยุ่งยากเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงการยกเลิกตะกร้าสินค้าในทันที
3. พฤติกรรมผู้บริโภค: กุญแจดอกสำคัญที่นักธุรกิจมักมองข้าม
การทำธุรกิจในไทยโดยไม่เข้าใจ "จริต" ของคนไทยคือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด ผู้บริโภคไทยมีความเป็นตัวเองสูง มีความคาดหวังต่อบริการหลังการขายที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือ "มีความอดทนต่ำ" ต่อแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ใช้งานยาก
เพื่อให้เห็นภาพลึกขึ้น นักธุรกิจควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 5 พฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ควรรู้ เพื่อนำมาปรับปรุง User Journey ให้เข้ากับคนในพื้นที่ เพราะสิ่งที่ใช้ได้ผลในสหรัฐอเมริกาหรือจีน อาจล้มเหลวไม่เป็นท่าในไทยหากขาดการ Localize ที่ดีพอ
4. กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) สำหรับยุค 2026
ในวันที่ค่าคลิก (CPC) พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ การทำ การตลาด แบบเหวี่ยงแหคือการละลายเงินทิ้ง กลยุทธ์ที่นักธุรกิจควรหันมาให้ความสำคัญคือ:
First-Party Data Strategy: เมื่อคุกกี้ (Cookies) กำลังจะหายไป การเก็บข้อมูลลูกค้าเองผ่าน LINE Official Account หรือระบบ CRM ของแบรนด์คือสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่วันนี้
Influencer & KOC: การใช้คนดังอาจได้ Awareness แต่การใช้ KOC (Key Opinion Consumer) หรือลูกค้าจริงมารีวิว จะให้ผลลัพธ์ในแง่ของ Conversion ที่สูงกว่ามาก
Hyper-Localization: การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าถึงง่าย มีอารมณ์ขัน หรือเข้ากับเทรนด์ในขณะนั้น (Real-time Marketing) จะช่วยให้แบรนด์ดูเป็นมนุษย์และเข้าถึงง่ายขึ้น
5. ความท้าทายและทางรอดของนักธุรกิจไทย
สมรภูมินี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความท้าทายหลักที่ ตลาด E-commerce ของประเทศไทย กำลังเผชิญคือสินค้าต้นทุนต่ำจากต่างประเทศที่ทะลักเข้ามาผ่านช่องทางออนไลน์ วิธีการรับมือที่ฉลาดไม่ใช่การตัดราคาแข่ง แต่คือ:
Service Excellence: การรับประกันสินค้าและการบริการที่รวดเร็วคือสิ่งที่ร้านค้าต่างแดนให้ไม่ได้
Branding: สร้างแบรนด์ให้มี "จิตวิญญาณ" เพื่อให้ลูกค้าเลือกเราเพราะ "คุณค่า" ไม่ใช่เพราะ "ราคา"
Sustainability: คนไทยรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องแพ็กเกจจิ้งหรือจริยธรรมจะมีแต้มต่อในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: สัดส่วนยอดขายออนไลน์ในไทยมาจากช่องทางไหนมากที่สุด?
A: ปัจจุบัน Marketplace (Shopee/Lazada) และ Social Commerce (TikTok/LINE/Facebook) มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่แนวโน้ม Social Commerce และ Video Commerce กำลังเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
Q2: การเริ่มทำ E-commerce ในไทยควรเน้นแพลตฟอร์มไหนก่อน?
A: ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย หากเน้นสินค้าทั่วไปแนะนำ Marketplace แต่ถ้าสินค้าต้องการการเล่าเรื่องหรือสร้างแบรนด์ TikTok และ LINE OA คือเครื่องมือที่ไม่ควรพลาด
Q3: ภาษี E-commerce สำหรับนักธุรกิจต่างชาติหรือสินค้าข้ามพรมแดนในไทยเป็นอย่างไร?
A: ปัจจุบันไทยมีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการนำเข้าสินค้า และมีการควบคุมมาตรฐานสินค้า (มอก.) ที่เข้มงวดขึ้น นักธุรกิจควรศึกษาข้อกฎหมายด้านภาษีสรรพากร (e-Service Tax) ให้ดีก่อนเริ่มดำเนินการ
Q4: จะสร้าง Brand Loyalty ในตลาดที่คนไทยชอบของถูกได้อย่างไร?
A: เน้นความสม่ำเสมอในการบริการและสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก (CRM) คนไทยพร้อมจะกลับมาซื้อซ้ำหากเขารู้สึกว่าได้รับการดูแลที่เป็นพิเศษและคุ้มค่ากว่าแค่เรื่องราคา
สรุปบทความ
การแข่งขันใน ตลาด E-commerce ของประเทศไทย ฉบับนักธุรกิจในปี 2026 คือเกมของการปรับตัว ใครที่สามารถผสานข้อมูล (Data) เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และความจริงใจ (Sincerity) ได้ จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว ตลาดนี้ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมหาศาลสำหรับผู้ที่พร้อมจะ "ฟัง" และ "เรียนรู้" ไปพร้อมกับผู้บริโภค
หากคุณต้องการทีมงานมืออาชีพในการทำ E-commerce
ทางมหัศจรรย์เราพร้อมที่ดูแลแบรนด์ของคุณพร้อมทีมงานมืออาชีพที่ครอบคลุมในการสร้างแบรนด์และสร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของคุณและเติบโตให้สอดคล้องกับตลาดของประเทศไทย สามารถติดต่อได้ที่
📞 โทรหาเราที่: 0924841995
📱 ติดต่อผ่าน Line: https://lin.ee/ZO3cxn6
📱Line ID : @Mahasajan
📧 อีเมล: hello@mahasajan.com