top of page

เจาะลึกสงครามราคาใน Shopee/Lazada และวิธีรอดจากกับดักราคา

อัปเดตเมื่อ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาด E-commerce ของประเทศไทย

Key Takeaways

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดใน ตลาด E-commerce ของประเทศไทย สงครามราคาบนแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada กลายเป็นสมรภูมิที่นักธุรกิจหลีกเลี่ยงได้ยาก การติดอยู่ใน กับดักราคา ไม่เพียงแต่จะทำลายอัตรากำไร (Margin) แต่ยังลดทอนคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว หัวใจสำคัญของการอยู่รอดคือการขยับจากการขาย "สินค้าโภคภัณฑ์" ไปสู่การมอบ "คุณค่าและประสบการณ์" โดยใช้กลยุทธ์การตลาดที่เน้นความแตกต่าง (Differentiation) และการบริหารจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (CRM) เพื่อสร้างความจงรักภักดีที่เหนือกว่าตัวเลขส่วนลด


1. ปรากฏการณ์สงครามราคาใน ตลาด E-commerce ของประเทศไทย


ตลาด E-commerce ของประเทศไทย

หากคุณเป็นผู้ขายใน ตลาด E-commerce ไทย คุณจะพบว่า "ราคา" คืออาวุธแรกที่ร้านค้ามักจะหยิบมาใช้สู้กัน โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada ที่ระบบถูกออกแบบมาให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบราคาได้ภายในไม่กี่วินาที ปรากฏการณ์นี้รุนแรงขึ้นเมื่อสินค้าจากโรงงานต่างประเทศสามารถส่งตรงถึงมือผู้บริโภคชาวไทยได้ง่ายขึ้น ทำให้ราคากลางของสินค้าหลายชนิดดิ่งลงเหว

นักธุรกิจหลายรายหลงเข้าไปใน กับดักราคา โดยเชื่อว่า "ถ้ายอมขาดทุนวันนี้ เพื่อเอายอดขายและรีวิว วันหน้าจะปรับราคาขึ้นได้" แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะเมื่ออัลกอริทึมและผู้บริโภคจดจำคุณในฐานะ "ร้านที่ถูกที่สุด" การจะขยับราคาขึ้นภายหลังกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากยิ่ง


2. ทำไม "ราคาถูกที่สุด" ถึงไม่ใช่คำตอบของ การตลาด ยุคใหม่


ตลาด E-commerce ของประเทศไทย

ในมุมมองของ การตลาด ยุค 2026 ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มมีพฤติกรรมที่ซับซ้อนขึ้น แม้ราคาจะเป็นปัจจัยหลัก แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว การเป็นร้านที่ถูกที่สุดมักนำมาซึ่งปัญหา 3 ประการ:

  1. Low Loyalty: ลูกค้าที่มาเพราะราคา จะไปทันทีเมื่อเจอร้านที่ถูกกว่าเพียง 1 บาท

  2. Resource Exhaustion: การตัดราคาทำให้งบประมาณที่จะนำไปพัฒนาระบบหลังบ้าน หรือการบริการลูกค้าหายไป

  3. Brand Erosion: ภาพลักษณ์ของแบรนด์จะดูด้อยค่าลงในสายตาผู้บริโภคกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

การเข้าใจ 5 พฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ควรรู้ จะช่วยให้คุณเห็นว่า คนไทยยอมจ่ายแพงกว่าหากได้รับความมั่นใจ (Trust) และความสะดวกสบาย (Convenience) ซึ่งเป็นช่องว่างที่ร้านค้าเน้นขายถูกมักจะทำไม่ได้


3. วิธีรอดจาก กับดักราคา: กลยุทธ์การสร้างมูลค่าที่เหนือกว่า


ตลาด E-commerce ของประเทศไทย

การจะออกจากสงครามราคาใน ตลาด E-commerce ของประเทศไทย คุณต้องมี "จุดยึด" อื่นที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนป้ายราคา นี่คือ 4 กลยุทธ์ที่นักธุรกิจมือโปรเลือกใช้:


3.1 Product Bundling & Exclusive Sets

อย่าขายสินค้าตัวเดียวที่ใครๆ ก็หาได้ แต่จงสร้าง "เซตสินค้า" ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น แทนที่จะขายแค่เครื่องทำกาแฟ ให้ขายเป็น "Home Cafe Starter Kit" พร้อมเมล็ดกาแฟและคู่มือสูตรพิเศษ การทำ Bundle ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบราคากับร้านอื่นได้ยากขึ้น และเพิ่มยอดต่อคำสั่งซื้อ (AOV)


3.2 Exceptional Service as a Product

ในวันที่สินค้าเหมือนกัน "บริการ" คือตัวตัดสิน การตอบแชทภายใน 1 นาที การห่อของขวัญฟรี หรือการรับประกันสินค้าแบบเปลี่ยนตัวใหม่ทันทีโดยไม่ต้องรอเคลม คือสิ่งที่สร้างความประทับใจและทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำโดยไม่เกี่ยงราคา


3.3 Branding Through Content

ใช้พลังของวิดีโอสั้นและการไลฟ์สดเพื่อสร้าง Storytelling ให้กับสินค้า สินค้าที่มีเรื่องราวจะมี "มูลค่าทางใจ" ที่สูงกว่าสินค้าทั่วไป แบรนด์ที่สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า "ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์นี้" จะหลุดพ้นจากวงจรการตัดราคาได้ทันที


4. การบริหารจัดการ Marketplace (Shopee/Lazada) อย่างชาญฉลาด


ตลาด E-commerce ของประเทศไทย

การรอดจาก กับดักราคา ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ร่วมแคมเปญเลย แต่ต้องร่วมอย่างมีกลยุทธ์:


  • Flash Sale เพื่อการระบายสต็อก: ใช้ Flash Sale เป็นเครื่องมือระบายสินค้าค้างสต็อกหรือสินค้าใกล้ตกรุ่นเท่านั้น ไม่ใช่สินค้าหลัก

  • Add-on Deal & Flexi Combo: ใช้ฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มยอดขายพ่วง แทนที่จะลดราคาสินค้าหลักตัวเดียว

  • Store Fans Membership: ใช้ระบบสมาชิกของ Shopee/Lazada เพื่อมอบคูปองพิเศษให้ "เฉพาะลูกค้าเก่า" วิธีนี้ช่วยรักษาฐานลูกค้าโดยไม่ทำให้ราคากลางเสีย


5. บทบาทของ Data ในการหนีออกจากสงครามราคา


ตลาด E-commerce ของประเทศไทย

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จใน ตลาด E-commerce ยุคนี้ คือคนที่ใช้ Data เป็นอาวุธ การวิเคราะห์ข้อมูลจะบอกคุณว่า ลูกค้ากลุ่มไหนที่เป็น "High Value Customers" ที่ไม่ได้มองหาแค่ของถูก แต่ต้องการคุณภาพและการดูแล ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณออกแบบโปรโมชั่นแบบเฉพาะเจาะจง (Personalized Promotion) ที่ไม่ต้องลดราคาเหวี่ยงแห แต่ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


Q1: ถ้าคู่แข่งตัดราคาจนเราขายไม่ได้เลย ควรทำอย่างไร? 

A: อย่าลดราคาตามทันที ให้ตรวจสอบรีวิวของคู่แข่งว่ามีจุดอ่อนตรงไหน (เช่น ส่งช้า, แพ็กไม่ดี) แล้วนำจุดนั้นมาเป็นจุดแข็งของร้านเรา พร้อมสื่อสารให้ชัดเจนว่า "ทำไมราคาเราถึงสูงกว่า" เช่น รับประกันสินค้าของแท้ 100% หรือบริการส่งด่วนในวันเดียว


Q2: กลยุทธ์ "ขาดทุนเพื่อเอารีวิว" ยังใช้ได้ผลไหมในปัจจุบัน? 

A: ใช้ได้ในระยะสั้นมากสำหรับการปั้นสินค้าใหม่ (New Arrival) แต่ต้องกำหนดระยะเวลาและจำนวนชิ้นที่ชัดเจน หากทำนานเกินไปอัลกอริทึมจะจำว่าร้านคุณเป็นร้านราคาถูก และเมื่อปรับราคาขึ้น ยอดขายจะตกลงอย่างรุนแรง


Q3: การหนีจากสงครามราคาใน Marketplace ควรไปเปิดเว็บเองหรือไม่? 

A: การมีเว็บไซต์ตัวเอง (D2C) คือกลยุทธ์ระยะยาวที่ดีที่สุดในการสร้างฐานลูกค้าของตัวเอง (Own Data) แต่ต้องมีงบประมาณในการดึงคนเข้าเว็บ (Traffic) ในช่วงแรกแนะนำให้ทำควบคู่กันไปโดยใช้ Marketplace เป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่ และใช้ช่องทางตัวเองในการรักษาลูกค้าเก่า


Q4: พฤติกรรมคนไทยกับของลดราคาจะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน? 

A: คนไทยจะยังชอบของลดราคาเสมอ แต่นิยามความ "คุ้มค่า" จะเปลี่ยนไป จากที่เคยมองแค่ "ราคาถูกที่สุด" จะเปลี่ยนเป็น "ราคาที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ" (Value for Money)

หากคุณกำลังวางแผน  E-commerce และต้องการคำแนะนำ

หรือคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบตลาดและการสร้างการรับรู้แบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ ทีมมหัศจรรย์พร้อมที่จะช่วยคุณทุกขั้นตอนจากการวางแผนไปจนถึงการประเมินผลสำเร็จ

ติดต่อทีมนักกลยุทธ์มหัศจรรย์ เพื่อรับคำปรึกษาฟรีทันทีตั้งแต่สายแรก ให้เราช่วยคุณเลือกกลยุทธ์ที่ใช่ เพื่อให้คุณมั่นใจก่อนเปิดตัวสินค้าใหม่ พร้อมแผนงานที่ทำได้จริง

📞 โทรหาเราที่: 092-484-1995

📱 ติดต่อผ่าน Line: https://lin.ee/ZO3cxn6 

📱Line ID : @Mahasajan 

📧 อีเมล: hello@mahasajan.com

 
 
 
bottom of page