มองเห็นอนาคตและชิงความได้เปรียบที่ใช้ได้จริงด้วย Research
- มหัศจรรย์ ไอเดีย

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

Key Takeaway
Research ที่ดีไม่ได้แค่บอกว่าตลาดเป็นอย่างไรตอนนี้ มันบอกได้ว่าลูกค้าคิดอะไร รู้สึกอะไร และต้องการอะไรจริงๆ ก่อนที่จะรู้ตัวเองด้วยซ้ำ ธุรกิจที่สร้างแบรนด์โดยไม่ทำ Research ก็เหมือนการออกแบบบ้านโดยไม่เคยถามว่าคนที่จะอยู่ต้องการอะไร สวยแค่ไหนก็ไม่ตรงใจ
ทำไมธุรกิจที่สร้างแบรนด์ได้แข็งแกร่งถึงทำ Research ก่อนทุกอย่าง

แบรนด์ที่แข็งแกร่งเกิดจากการเข้าใจลูกค้าลึกพอที่จะพูดในสิ่งที่พวกเขาอยากได้ยิน ไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์อยากพูด Research คือกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงความเข้าใจนั้น ก่อนที่จะลงทุนกับการออกแบบ การผลิต Content หรือการสื่อสารแม้แต่ชิ้นเดียว
มีคำถามที่น่าสนใจมากอยู่คำถามหนึ่ง ลองถามตัวเองดูว่าคุณรู้จักลูกค้าของคุณจริงๆ ไหม ไม่ใช่แค่รู้ว่าพวกเขาอายุเท่าไหร่หรือรายได้ระดับไหน แต่รู้ไหมว่าพวกเขาตื่นมาแล้วกังวลเรื่องอะไร เวลาพวกเขาเลือกสินค้าหรือบริการคล้ายกับคุณ มีคำถามอะไรอยู่ในหัวก่อนตัดสินใจ และสิ่งที่ทำให้พวกเขาไว้ใจแบรนด์หนึ่งมากกว่าอีกแบรนด์หนึ่งคืออะไรกันแน่
ธุรกิจส่วนใหญ่สร้างแบรนด์จากมุมของตัวเอง เลือกสีที่เราชอบ เขียน Tagline ที่ฟังดูดีสำหรับเรา เล่าเรื่องที่เราภูมิใจ แต่ถามผู้บริโภคว่ารู้สึกอะไร คำตอบมักไม่ค่อยสอดคล้องกัน
งานวิจัยจาก McKinsey Global Institute พบว่าองค์กรที่ตัดสินใจจากข้อมูลและ Research มีโอกาสเติบโตเหนือค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมสูงกว่าคู่แข่งที่ไม่ทำ Research ถึง 23 เท่า ตัวเลขนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องโฆษณา แต่พูดถึงทุกการตัดสินใจในธุรกิจ ตั้งแต่ Positioning ไปจนถึงการออกแบบ Brand Identity
Research หรือ Market Research คืออะไรกันแน่

Market Research หรือ การวิจัยตลาด คือกระบวนการที่มีระบบในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า คู่แข่ง และตลาด เพื่อตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่การเปิด Google หาข้อมูลทั่วไป แต่คือการถามคำถามที่ถูกต้องกับแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อได้ Consumer Insight ที่แท้จริงมาเป็นรากฐาน
Market Research ในบริบทของการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การดู Keyword Volume หรืออ่าน Industry Report แต่คือการทำความเข้าใจว่าอะไรอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมที่เราเห็น
เพราะคนที่พิมพ์ว่า "แบรนด์ดีต้องมีอะไรบ้าง" กับคนที่พิมพ์ว่า "จ้าง Branding Agency ราคา" มี Intent ต่างกันโดยสิ้นเชิง คนแรกยังอยู่ในช่วงหาข้อมูล ยังไม่พร้อมจ้างใคร ส่วนคนที่สองตัดสินใจแล้วว่าจะจ้าง แค่กำลังเปรียบเทียบราคาอยู่ Research ที่ดีแยกความแตกต่างนี้ออกมาได้ และทำให้แบรนด์พูดกับคนแต่ละกลุ่มได้ตรงจุดขึ้นมาก
Research เชื่อมกับการสร้างแบรนด์อย่างไร
Research เชื่อมกับการสร้างแบรนด์ใน 3 จุดหลัก ได้แก่
(1) Consumer Insight ที่ได้จาก Research คือรากฐานของ Brand Strategy ที่ถูกต้อง
(2) Research ช่วยหา Brand Positioning ที่ต่างจากคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ
(3) Research ทำให้ Brand Communication พูดในภาษาและ Tone ที่ลูกค้าเปิดรับจริงๆ ไม่ใช่ภาษาที่แบรนด์ชอบพูด

Consumer Insight จาก Research คือรากฐานของ Brand Strategy
Brand Strategy ที่แข็งแกร่งเริ่มต้นจากการเข้าใจว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร ต้องการอะไร และมองโลกอย่างไร Consumer Insight ที่ได้จาก Research ที่ลึกพอจะบอกคุณสิ่งเหล่านี้ได้ชัดเจนกว่าการนั่งเดาในห้องประชุม
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ถ้าคุณขายกาแฟ Insight ที่ผิวเผินคือ "คนชอบดื่มกาแฟตอนเช้า" แต่ Insight ที่ได้จาก Research ที่ลึกกว่าคือ "คนดื่มกาแฟเพราะต้องการ Ritual เล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าวันใหม่เริ่มต้นได้ดี" ความแตกต่างของ Insight สองระดับนี้ทำให้ Brand Story และ Visual Direction ต่างกันโดยสิ้นเชิง
Research ช่วยหา Brand Positioning ที่ต่างจากคู่แข่ง
Brand Positioning ที่ดีคือการหาพื้นที่ในหัวลูกค้าที่ยังไม่มีใครยึดครอง Research ช่วยให้คุณมองเห็นว่าคู่แข่งอ้างตัวว่าเป็นอะไรอยู่ และยังมีพื้นที่ไหนที่ยังว่างและตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ แต่ยังหาไม่เจอ
โดยไม่มี Research คุณไม่มีทางรู้ว่าพื้นที่นั้นอยู่ที่ไหน และมักจะ Positioning ตัวเองซ้ำกับคู่แข่งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่ไม่มีทางจบ
Research ทำให้ Brand Communication พูดภาษาเดียวกับลูกค้า
ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีภาษาของตัวเอง มีคำที่พวกเขาใช้เวลาพูดถึงปัญหา มีอารมณ์ที่พวกเขารู้สึกเวลาเจอปัญหานั้น และมีสิ่งที่พวกเขาอยากได้ยินจากแบรนด์ Research ช่วยให้คุณรู้ว่าคำเหล่านั้นคืออะไร
แบรนด์ที่ทำ Research ก่อนสร้าง Brand Voice จะพูดด้วยภาษาที่ลูกค้าใช้เอง ทำให้รู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจพวกเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่พยายามขายของ
ทำไม Research จึงช่วยให้มองเห็นโอกาสก่อนคู่แข่ง

ตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนเสมอ Research คือเครื่องมือที่ช่วยอ่านสัญญาณเหล่านั้นได้ก่อนคู่แข่ง เพื่อให้แบรนด์ปรับตัวได้ก่อนที่โอกาสจะหมดไป
ตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นกะทันหัน มันมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเสมอ ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะมองหาสัญญาณเหล่านั้นจากที่ไหน
เมื่อ Search Volume ของ Keyword กลุ่มหนึ่งเริ่มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นแปลว่าความสนใจของคนกำลังเคลื่อนไปทางนั้น ถ้าคุณเห็นสัญญาณนี้ก่อนและสร้าง Brand Presence ในพื้นที่นั้นก่อน คุณจะเป็นแบรนด์แรกที่คนนึกถึงเมื่อพวกเขาพร้อมที่จะซื้อ
ชิงความได้เปรียบด้านแบรนด์ใน 3 ระดับ

การชิงความได้เปรียบจาก Research ทำได้ใน 3 ระดับ ได้แก่
ระดับ Positioning (หาพื้นที่ในหัวลูกค้าที่คู่แข่งยังไม่ได้ยึด)
ระดับ Communication (พูดภาษาที่ลูกค้าเปิดรับก่อนคู่แข่ง)
ระดับ Offering (พัฒนาสินค้าหรือบริการตอบ Pain Point ที่ตลาดยังแก้ไม่ได้)
ระดับที่หนึ่ง Positioning ถ้า Research บอกว่าลูกค้ากลุ่มหนึ่งยังไม่มีแบรนด์ไหนพูดกับพวกเขาในแบบที่พวกเขาต้องการ นั่นคือโอกาสในการ Position ตัวเองให้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แทนที่จะต้องแข่งกันในพื้นที่ที่คู่แข่งแข็งแกร่งอยู่แล้ว
ระดับที่สอง Communication ถ้า Research บอกว่าลูกค้าพูดถึงปัญหาของตัวเองด้วยภาษาแบบหนึ่ง แต่คู่แข่งทุกเจ้าพูดด้วยภาษาเทคนิคหรือศัพท์ธุรกิจ การ Communicate ด้วยภาษาที่ลูกค้าใช้เองทำให้แบรนด์คุณรู้สึกใกล้ชิดกว่า เข้าใจกว่า และน่าเชื่อถือกว่าโดยที่ไม่ต้องลดราคา
ระดับที่สาม Offering ถ้า Research พบว่าลูกค้ากำลังพูดถึงปัญหาบางอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีใครในตลาดแก้ปัญหานั้นได้ดี การพัฒนา Offering ที่ตอบโจทย์ก่อนใครทำให้คุณเป็น First Mover และกลายเป็น Reference Point ของหมวดนั้นในหัวลูกค้า
แหล่ง Research ที่คนไทยมักมองข้าม
นอกจาก Google Keyword Planner และ Google Trends ยังมีแหล่ง Market Research ที่ทรงคุณค่าสำหรับตลาดไทยที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ได้แก่ Facebook Audience Insights, Comment Section ของ Competitor Page, Pantip, Reddit และ Forum เฉพาะกลุ่ม ทั้งหมดนี้ใช้ฟรีและให้ข้อมูล Consumer Insight ที่ลึกและดิบกว่า Survey ที่จัดทำขึ้นเองมาก
Facebook Audience Insights ให้ข้อมูลความสนใจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่ละเอียดมาก คุณสามารถดูได้ว่า Audience ของคู่แข่งสนใจอะไรอีกบ้าง ซึ่งช่วยให้เข้าใจ Consumer Profile ได้ลึกกว่าแค่ Demographics
Comment Section ของ Competitor Page คือขุมทองของ Consumer Insight เพราะนั่นคือที่ที่ลูกค้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจโดยไม่ผ่านตัวกรองใดๆ ปัญหาที่พวกเขาบ่น คำถามที่พวกเขาถาม และสิ่งที่พวกเขาชมคือข้อมูลที่มีค่ามาก เพราะมันบอกตรงๆ ว่าอะไรที่ตลาดยังขาดอยู่ และนั่นคือโอกาสของแบรนด์คุณ
Pantip, Reddit และ Forum เฉพาะกลุ่ม ก็เป็นแหล่ง Research ที่ดีมากสำหรับตลาดไทย เพราะคนมักพูดปัญหาจริงๆ ในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งให้ภาษาที่ลูกค้าใช้จริงๆ สำหรับนำไปใช้ใน Brand Communication
FAQ

Q:Research ต้องใช้เครื่องมือแพงไหมถึงจะสร้างแบรนด์ได้
A:ไม่จำเป็น เครื่องมือฟรีอย่าง Google Keyword Planner, Google Trends, Google Search Console และ Facebook Audience Insights ให้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ สิ่งที่สำคัญกว่าไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือการรู้ว่ากำลังหา Consumer Insight ใดอยู่ และจะนำไปใช้ใน Brand Strategy อย่างไร
Q:ต้องทำ Research บ่อยแค่ไหน
A:สำหรับ SME ที่กำลังสร้างแบรนด์ ควรทำ Research เชิงลึกอย่างน้อยปีละสองครั้ง และทำ Pulse Check รายเดือนเพื่อดูว่าความสนใจของกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนแปลงอย่างไร แบรนด์ที่แข็งแกร่งไม่ได้ทำ Research ครั้งเดียวแล้วจบ แต่ฝัง Research เข้าไปในกระบวนการทำงานประจำ
Q:ถ้าเพิ่งเริ่มธุรกิจใหม่ควรทำ Research ก่อนหรือหลังเปิดตัว
A:ก่อนเสมอ Research ก่อนเปิดตัวช่วยให้รู้ว่ามีตลาดรองรับจริงไหม ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใช้ภาษาอะไรในการอธิบายปัญหาของตัวเอง และคู่แข่งทำอะไรดีและทำอะไรไม่ดี ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วาง Brand Positioning ได้ตรงจุดตั้งแต่วันแรก แทนที่จะต้องมา Rebrand ภายหลังซึ่งแพงกว่าและสูญเสีย Brand Equity ที่สะสมมา
Q:Research กับ Brand Strategy เชื่อมกันอย่างไร
A:Research เป็นจุดเริ่มต้นของ Brand Strategy ที่ดี ข้อมูลจาก Research จะบอกว่าลูกค้าต้องการอะไร คู่แข่งอยู่ที่ไหน และยังมีพื้นที่ไหนว่างอยู่ Brand Strategy ที่ได้จากข้อมูลเหล่านี้จะแม่นยำกว่า และทำให้ทุกสิ่งที่ตามมาไม่ว่าจะเป็น Visual Identity, Tone of Voice หรือ Content Strategy มีทิศทางที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน
Q:ถ้าทำ Research แล้วพบว่าตลาดแออัดมากควรทำอย่างไร
A:นั่นคือสัญญาณที่ดี เพราะแปลว่ามีความต้องการจริงในตลาดนั้น คำถามต่อไปที่ Research จะช่วยตอบได้คือยังมีมุมไหนที่คู่แข่งทุกเจ้ามองข้ามอยู่ไหม ลูกค้ากลุ่มไหนที่ยังไม่มีใครพูดถึงอย่างจริงจัง และมีปัญหาใดของลูกค้าที่ทุกเจ้าแก้ได้ไม่ดีพอ คำตอบของคำถามเหล่านี้คือ Whitespace ที่แบรนด์ของคุณสามารถเข้าไปยึดได้
สรุป
Research ที่ทำอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอคือรากฐานที่ทำให้แบรนด์เชื่อมกับลูกค้าได้จริง ไม่ใช่แค่การหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเรื่องโฆษณา แต่คือการสร้างความเข้าใจที่ลึกพอจะรู้ว่าแบรนด์ควรยืนอยู่ที่ไหนในหัวลูกค้า พูดอะไร และพูดอย่างไร ธุรกิจที่ฝัง Research เข้าไปในกระบวนการสร้างแบรนด์จะสร้างแบรนด์ที่ทั้งจำได้และไว้ใจได้ในเวลาเดียวกัน
ต้องการทีมที่ช่วยทำ Research และแปลง Consumer Insight ให้กลายเป็น Brand Strategy ที่ใช้ได้จริง ให้ "มหัศจรรย์ ไอเดีย" เป็นเพื่อนคู่คิดในการสร้างแบรนด์ของคุณตั้งแต่รากฐาน ปรึกษาและเช็คแพ็กเกจราคาได้ที่ โทร 0924841995 | Line: https://lin.ee/ZO3cxn6 | Line ID: @Mahasajan | อีเมล: hello@mahasajan.com



ความคิดเห็น